บันทึกนักบิน

13 มิ.. 2548

 

 

 

เครื่องบิน Cessna L19 Bird Dog

 

 

 

 

ประวัติความเป็นมา

 

ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1940 กองทัพของประเทศสหรัฐอเมริกามีความต้องการเครื่องบินขนาด 2 ที่นั่งที่มีน้ำหนักเบา สำหรับใช้ในการบินติดต่อสื่อสาร ในเดือนมิถุนายน 1950 เครื่องบินแบบ 305 ของบริษัทผลิตเครื่องบิน Cessna ถูกเลือกให้เป็นผู้ชนะจากจำนวนแบบเครื่องบินทั้งหมด 418 แบบ การจัดสร้างและส่งมอบเครื่องบินเริ่มต้นในปีเดียวกัน โดยกองทัพสหรัฐฯเรียกเครื่องบินว่าแบบ L-19 (ย่อมาจากคำว่า Liaison) และตั้งชื่อว่า Bird Dog ต่อมามีการใช้งานเครื่องบิน L-19 ในสงครามที่เกาหลีและเวียดนาม เครื่องบิน L-19 ถูกนำไปใช้ในการบินลาดตระเวณและชี้เป้าหมายในระหว่างสงคราม กองทัพสหรัฐฯก็เลยเปลี่ยนแบบเรียกเครื่องบิน L-19 ที่ทำหน้าที่ลาดตระเวณและชี้เป้าหมายเป็นแบบ O-1 (ย่อมาจากคำว่า Observation) หลังจากนั้นมีการสั่งซื้อเครื่องบินแบบนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากกองทัพบกและกองทัพเรือของสหรัฐฯ และต่อมาประเทศอื่นๆก็ต้องการซื้อเครื่องบินแบบ L-19 นี้โดยการนำไปใช้งานแบบเดียวกับกองทัพสหรัฐ

 

เครื่องบิน L19 Bird Dog ถูกผลิตจากโรงงานของบริษัท Cessna ในอเมริกาและโรงงาน Fuji ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อสายการผลิตเครื่องบิน Bird Dog สิ้นสุดลง มีเครื่องบินถูกผลิตออกมาทั้งหมด 3,431ลำ นอกจากนี้เครื่องบิน Bird Dog ยังถูกบริษัท Ector Aircraft สร้างขึ้นมาสำหรับการบินพลเรือนภายหลังอีกด้วย เลยทำให้จำนวนของเครื่องบินแบบนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก

 

เครื่องบินแบบ Bird Dog สำหรับการบินพลเรือน

 

 

ข้อมูลทางเทคนิค

 

เครื่องบิน Bird Dog เป็นเครื่องบินชนิดปีกบน มีที่นั่ง 2 ที่นั่งเรียงกัน ตัวถังทำจากโลหะ เป็นเครื่องบินเลี้ยวด้วยล้อหาง

 

เครื่องยนต์

จำนวนหกสูบ 213 แรงม้า (213 HP O-470-11 หรือ 213 HP O-470-15)

ปีกกาง

36 ฟุต

Flap กาวสูงสุด

60 องศา

ถังน้ำมันจุ       

41 US Gallon

ระยะเวลาการบินสูงสุด

5 ชั่วโมง

น้ำหนักสูงสุด

2100 ปอนด์

อาวุธ

จรวดขนาด 2.75 นิ้ว แปดลูก

 

 

เครื่องบิน Cessna O-1 Bird Dog Model

 

สำหรับเครื่องบิน Bird Dog ที่เป็น Model ลำนี้ผมซื้อมาจากห้างอมรฯ เป็นชุด ARF ของบริษัท MEGA Model ลำตัวทำจากไม้บัลซ่า และไม้อัดเบา หุ้มด้วย Monokote มาพร้อมกับอุปกรณ์ประกอบครบถ้วน ทำสีแดง-ขาว ตามแบบเครื่องบินชี้เป้าหมาย (Observation) ชิ้นงานเรียบร้อยดีมาก ที่สำคัญมีคู่มือการประกอบมาให้ด้วย สามารถติดตั้งได้ทั้งเครื่องยนต์น้ำมันและมอเตอร์ไฟฟ้าโดยมีแท่นเครื่องมาให้ทั้งสองแบบ ข้างล่างนี้เป็นข้อมูลทางเทคนิคของชุด ARF นี้

 

ปีกกาง

45 นิ้ว (1143 มิลลิเมตร)

ลำตัวยาว

31 นิ้ว (788 มิลลิเมตร)

พื้นที่ปีก

270 ตารางนิ้ว (1742 ตารางเซ็นติเมตร)

น้ำหนัก

2.2 – 2.6 ปอนด์ (1.0 – 1.2 กิโลกรัม)

เครื่องยนต์ (ไม่รวมอยู่ในชุด)

มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 540 - 550

เครื่องยนต์ 2 จังหวะ ขนาด 0.15 – 0.20

เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ขนาด 0.26 – 0.30

เซอร์โว (ไม่รวมอยู่ในชุด)

แบบ Mini หรือ Micro จำนวน 5 ตัว

วิทยุ (ไม่รวมอยู่ในชุด)

4 – 5 Channel

 

 

ชุด ARF เครื่องบิน Bird Dog ถูกบรรจุมาอย่างดีในกล่องกระดาษ

 

ชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องบิน Bird Dog

 

ผมใช้เวลาหลังเลิกงานในการประกอบอยู่ 1 อาทิตย์ เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนัก ในชุด ARF ให้ใช้เซอร์โวแบบ Mini ทั้งหมด 5 ตัว แต่ผมมีเซอร์โว Standard อยู่เยอะ ผมก็เลยทำการขยายฐานติดตั้งเซอร์โวในลำตัวให้สามารถใส่เซอร์โว Standard ได้ ส่วนเซอร์โวที่ปีกต้องใช้แบบ Mini เพราะพื้นที่ไม่พอ ผมเลยติดตั้งเซอร์โว Hi-Tec HS81 จำนวน 2 ตัวสำหรับควบคุม Aileron เนื่องจากผมไช้รีซีพ Futaba 149DP ผมเลยไม่ใช้สาย Y แต่ใช้การ Mix ช่องที่ 1 กับช่องที่ 6 ที่เครื่องส่งวิทยุแทน แท่นเครื่องยนต์ที่ให้มาในชุด ARF ออกแบบมาให้สำหรับติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ถ้าจะติดตั้งเครื่องยนต์สองจังหวะขนาด 0.15 จะต้องมีการดัดแปลงแท่นเครื่องใหม่ ดังนั้นผมเลยติดตั้งเครื่องยนต์ OS FS-30 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สี่จังหวะตัวแรกของผมด้วย หลังจากติดตั้งเครื่องยนต์เสร็จผมลองตรวจสอบ CG ของเครื่องบินดูก็พบว่า CG อยู่ในตำแหน่งค่อนข้างพอดี โดยหัวเครื่องบินหนักนิดหน่อย สำหรับถังน้ำมันที่ให้มาในชุด ARF มีความจุแค่ 115 cc ซึ่งอาจจะเล็กไปหน่อย คิดว่าคงต้องเปลี่ยนให้ใหญ่ขึ้นเป็นสัก 150 cc น่าจะบินได้นานกว่า

 

 

การบินครั้งแรก

 

การบินทดสอบเครื่องบิน Cessna O-1 Bird Dog มีขึ้นที่สนามบินเครื่องบินเล็กมีนบุรี (คู้บอน) ในวันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2548 เวลา 17:30 น. โดยอาจำลองเป็นนักบินทดสอบให้ ต้องขอขอบคุณคุณอาจำลองไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

 

ผมกำลังประกอบปีกเข้ากับลำตัว โดยมีคุณเล็กคอยช่วยอยู่ข้างๆ

 

การวิ่ง Take off ในครั้งแรกมีปัญหาเกี่ยวกับอาการ Ground Loop เล็กน้อย ซึ่งเป็นธรรมดาของเครื่องบินล้อหาง แต่ในครั้งที่สองก็สามารถวิ่ง Take off ได้สำเร็จ แต่เนื่องจากวันนี้มีลมพัดค่อนข้างแรงมากเครื่องบินเลยมีอาการถูกลมหอบเป็นพักๆ เครื่องบินบินได้ค่อนข้างดีแต่ต้องบินเร็วสักหน่อย ถ้าบินช้าจะเกิดอาการ Stall ได้

 

อาจำลองกำลังปรับจูนเครื่องยนต์ก่อนขึ้นบิน

 

การ Take off ครั้งแรกของเครื่องบิน Bird Dog

 

เครื่องบิน Bird Dog ขณะกำลังบินเหนือสนามบินฯ

 

หลังจากบินผ่านไปสองรอบอาจำลองเลยเบาเครื่องยนต์ลง แต่เครื่องบินจะเกิดอาการ Stall อาจำลองเลยเร่งเครื่องยนต์ขึ้น แต่อยู่ๆเครื่องบินก็เกิดไม่ยอมเลี้ยวกลับเฉยๆ ตอนแรกคิดว่าวิทยุเกิดการรบกวนขึ้น หรือไม่ก็แบตเตอรี่รีซีพที่อยู่บนเครื่องบินหมด แต่ผมไม่คิดว่าเป็นที่แบตเตอรี่ เพราะผมตรวจสอบก่อนขึ้นบินแล้ว ส่วนวิทยุกวนไม่ค่อยแน่ใจนักเพราะรีซีพตัวนี้เป็นของใหม่ด้วย แต่ผมทดสอบระยะบังคับก่อนขึ้นบินแล้วด้วย ดังนั้นเพื่อไม่ให้เครื่องบินบินออกไปไกลกว่านี้ อาจำลองเลยตัดเครื่องยนต์ ซึ่งเครื่องยนต์ก็ตอบสนองเสียด้วย แสดงว่ารีซีพยังคงทำงานอยู่ สุดท้ายเครื่องบินก็ Stall ตกลงในนาข้าว ทีมก็ภัยได้แก่อาจ้อย คุณเล็ก และผมก็ออกค้นหาเครื่องบินกัน ต้องขอขอบคุณอาจ้อยด้วยที่อุส่าลงไปลุยโคลนในนาข้าวเพื่อเก็บเครื่องบินให้ นับว่าโชคดีมากที่เครื่องบินไม่มีอะไรเสียหายมากนัก แค่ Landing Gear หลุดออกมาจากลำตัว จากนั้นก็เอาเครื่องบินกลับมาตรวจสอบที่สนามบินฯ ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆเลย Link และ Servo ยังคงทำงานเป็นปกติทุกอย่าง แต่ผมคิดว่าสาเหตุที่เครื่องบินไม่ยอมเลี้ยวซ้ายกลับมาน่าจะเกิดจากมุม Right Thrust ของเครื่องยนต์มากไปหน่อย และการทำงานของ Aileron น้อยเกินไป เนื่องจากผมเคยมีปัญหากับเจ้า Snoopy เมื่อบินครั้งแรกมาแล้ว ผมจะบินทดสอบด้วยตัวเองอีกครั้งในวันอาทิตย์เพื่อดูว่าสิ่งที่คิดไว้เป็นความจริงหรือไม่

 

อาจ้อยลงไปลุยเก็บเครื่องบินในนาข้าว

 

ทีมกู้ภัยครับ

 

 

การบินทดสอบในวันอาทิตย์

 

ผมใช้เวลาตอนคืนวันเสาร์ในการซ่อมแซมเครื่องบิน Bird Dog พร้อมกับทำการปรับลด Right Thrust ลง ในบ่ายวันอาทิตย์เจ้า Bird Dog ก็พร้อมบินอีกครั้ง ก่อนขึ้นบินผมตรวจสอบทุกอย่างอีกครั้ง ทำการตรวจสอบระยะบังคับใหม่ด้วย และปรับเพิ่มเปอร์เซ็นของ Aileron ด้วย การ Take off ครั้งแรกล้มเหลวเพราะเกิด Ground Loop เหมือนวันเสาร์ ครั้งที่สองอาจ้อยต้องช่วยจับเครื่องบินไว้ พอเร่งเครื่องยนต์แล้วปล่อยจึงสามารถบินขึ้นได้สำเร็จ วันนี้ลมยังพัดแรงมากเหมือนเดิม เมื่อเครื่องบินบินขึ้นไปแล้ว ผมก็ลดเครื่องยนต์ลงครึ่งหนึ่ง เครื่องบินบินเร็วมากพอสมควร โดยเฉพาะในทิศตามลมเพราะมีลมพัดส่งท้ายตลอด การควบคุมเครื่องบินทำได้ดีมากเมื่อเครื่องบินมีความเร็วมาก ผมลองลดเครื่องยนต์ลงอีกเพื่อต้องการให้เครื่องบินลดความเร็วลง ในทิศทวนลมการบังคับเลี้ยวยังปกติดี แต่ในทิศตามลมก็พบอาการเครื่องบินไม่ยอมเลี้ยวซ้าย แม้ว่าผมจะกด Stick Aileron ไปจนสุดแล้ว ตอนนั้นผมดึง up ก็ไม่ได้เพราะเครื่องบินจะเพิ่มความสูงอย่างเดียว และก็ไม่ยอมเลี้ยวอีกด้วย แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่าอาการไม่ยอมเลี้ยวเกิดจากอะไร ผมเลยต้องเพิ่มความเร็วของเครื่องบินขึ้นอีกด้วยการเร่งเครื่องยนต์พร้อมกับกดหัวเครื่องบินลงเล็กน้อย ในที่สุดผมก็กลับมาบังคับเลี้ยวได้อีกครั้ง ตอนนี้ผมก็ได้พิสูจน์สมมุติฐานที่ผมคิดไว้เมื่อวานแล้ว ต่อไปผมคิดที่จะ Mix Aileron กับ Rudder เพื่อให้สามารถบังคับเลี้ยวได้ดีขึ้นที่ความเร็วต่ำ หลังจากบินวนไปวนมาอีกสองสามรอบก็ลอง Landing ดูบ้าง ผมค่อยๆลดคันเร่งลง พร้อมๆกับให้เครื่องบินลดระดับความสูงลง แต่ต้องคอยเติมเครื่องยนต์เพื่อสู้กับลมด้วย พอถึงหัวสนามบินฯเครื่องบินก็เกิดอาการจะ Stall ผมเลยต้องเติ่มเครื่องยนต์เลยทำให้เครื่องบินบินลงด้วยความเร็วมากสักหน่อย สุดท้ายเครื่องบินเลยกระแทกพื้นแรงไปหน่อยเพราะผมดึง Elevator รับไม่ทัน ทำให้ Landing Gear งออีกแล้วครับ พร้อมกับ Monokote ใต้ท้องถลอกหมดเลย แต่ไม่มีโครงสร้างเสียหาย

 

 

 

บทสรุป

 

เครื่องบิน Cessna O-1 Bird Dog ลำนี้บินได้ยากพอสมควรเพราะต้องบินด้วยความเร็วมากสักหน่อย การ Landing ต้องมีความเร็วพอสมควร ถ้ามี Flap คงดีกว่านี้ รูปแบบของเครื่องบินลำนี้ค่อนข้างต้านลมเลยทำให้ถูกลมแรงๆหอบไปได้ง่าย จึงเหมาะสำหรับบินในขณะที่ลมพัดไม่แรงมาก ส่วนโครงสร้างของลำตัวและปีกแข็งแรงใช้ได้เลย และที่สำคัญคือเป็นเครื่องบิน Scale ที่สวยงามจริงๆ

 

 

ขอให้มีความสุขและสนุกกับการบิน

 

Phoenix

 

 

Note: Best viewed with Internet Explorer 5 or later version at 800 x 600 pixels