บันทึกนักบินใหม่

 

 

วันที่ 28 กันยายน พ.. 2545

(เทียวบินที่ 0)

 

** My First Flight **

วันนี้มาถึงสนามบินบ่ายสองโมงกว่าๆ ตามเคย วันนี้เป็นวันแรกที่จะได้เห็นเครื่องบินของตัวเองในรูปร่างของเครื่องบิน ไม่ใช่ชุด ARF (Already to Fly) เหมือนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมใจไม่อยู่กับตัวเลย เตรียม Charge Battery ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เตรียมอุปกรณ์ภาคสนามทุกอย่างที่จำเป็น สำหรับประกอบและซ่อมเครื่องบิน (ยังไม่ได้บินเลยเตรียมซ่อมแล้ว) เตรียม Receiver และสายต่อต่างๆ พร้อมกับ Battery แพคสำรองเป็นชนิด NiMH จากร้านอมรฯ ด้วยความดีใจ พอถึงสนามบินเครื่องบินเล็กมีนบุรี ก็รีบขนเครื่องมือทั้งหมดลง พร้อมกับวิทยุตัวใหม่ รีบแกะกล่องเอา Receiver กับถ่านแพคใหม่ วางไว้บนโต๊ะที่ใช้ประกอบเครื่องบิน จากนั้นเดินไปเอาไม้หนีบคลื่น และแวะทักทายกับเพื่อนนักบิน พอหันกลับมาพบว่ามีมือดีขโมย Receiver พร้อมกับถ่านแพคใหม่ไปแล้ว ครูฝึกบินผม (อาจ้อย หรือคุณเสมียน) ถามว่าลืมไว้ที่บ้านหรือเปล่า ก็เลยโทรกับไปที่บ้าน ก็พบว่าไม่มีอะไรอยู่ที่บ้านเลย วันนี้ก็แห้วอีกตามเคย พร้อมทั้งเจ็บใจตัวเองว่าทำไมไม่รอบคอบมากกว่านี้ เฮอ!

Phoenix I

วันที่ 29 กันยายน พ.. 2545

(เทียวบินที่ 1 ถึง เที่ยวบินที่ 2)

 

ตอนเช้าเดินทางไปร้าน Futaba Hobby Shop ที่หน้าพันทิพธ์ เพื่อไปซื้อ Receiver ใหม่ คุยกับเจ้าของร้านว่า Receiver ตัวที่มากับวิทยุ FF6 ถูกขโมยไป เขาใจดีมากเลย ขาย Receiver ตัวใหม่ให้ในราคาพิเศษ ก็เลยอุดหนุน ซื้อ Fuel Pump กับ Glow Plug Driver เพิ่ม วันนี้ไปถึงสนามบินบ่ายสองกว่า Battery สำรองจากร้านอมรฯ ก็เลยเป็น Battery หลักไปโดยปริยาย อาจ้อยทำการติดตั้ง Receiver ลงในเครื่องบิน ทำการปรับแต่งวิทยุ และ Servo ปรับตั้ง Aileron, Elevator, Rudder และเครื่องยนต์ เมื่อทุกอย่างพร้อมก็ทำการ First Flight ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก และวันนี้ผมก็ได้ทำการบิน First Flight กับเครื่องบินลำแรกด้วย กว่าจะหมดวัน ผมก็ได้บินอีกรอบ รู้สึกดีใจครับที่มีวันนี้ แม้ว่าจะต้องจ่ายแพงกว่าคนอื่นๆ

 

วันที่ 5 ตุลาคม พ.. 2545

(เทียวบินที่ 3 ถึง เที่ยวบินที่ 4)

วันนี้มาถึงสนามบินบ่ายสามโมงกว่า อากาศไม่ค่อยดีเลย มืดครึ้ม ลมแรง วันนี้บินได้สองเที่ยวเอง ฝนก็ตกหนัก ก็เลย Pack เครื่องบินกลับบ้านแทบไม่ทัน

 

วันที่ 6 ตุลาคม พ.. 2545

(เทียวบินที่ 5)

 

วันนี้มาถึงสนามบินบ่ายสามโมงกว่า อากาศไม่ค่อยดีเลย มืดครึ้ม เหมือนเมื่อวานเลย ผมรู้สึกว่ากว่าจะเป็นนักบินได้มีอุปสรรคเยอะเลย ไม่รู้ว่าคนอื่นๆเขามีปัญหาเหมือนผมหรือไม่ และวันนี้ก็บินได้เที่ยวเดียว ฝนก็ตกหนัก เลยกลับบ้านดีกว่า อาจ้อยบอกไม่ค่อยคุ้มเลย มาตั้งไกลบินได้เที่ยวเดียวเอง

 

วันที่ 12 ตุลาคม พ.. 2545

(เทียวบินที่ 6 ถึง เที่ยวบินที่ 9)

 

วันนี้มาถึงสนามบินตั้งแต่บ่ายโมงครึ่ง ยังมีเพื่อนนักบินมากันน้อย อาจ้อยยังไม่มาเลย วันนี้เป็นวันที่อากาศดีมาก ไม่ร้อน ลมหนาวเริ่มพัดโชยมาแล้ว ผมรีบขนเครื่องบิน และเครื่องมือออกจากรถ ทำการประกอบเครื่องบิน ตรวจสอบตามคู่มือ และเติมน้ำมันรออาจ้อย อาจ้อยมาถึงสนามบินราวบ่ายสองครึ่ง จากนั้นทำการบินจนเย็น วันนี้เริ่มบินได้คล่องขึ้น ตกลงบินได้ทั้งหมด 4 รอบ จึงลากลับบ้าน พร้อมกับข้าวอีกตามเคย

 

วันที่ 13 ตุลาคม พ.. 2545

(เทียวบินที่ 10 ถึง เที่ยวบินที่ 11)

 

** First Plane Crash **

วันนี้มาถึงสนามบินตั้งแต่บ่ายสองโมงครึ่ง ยังมีสมาชิกยังมาน้อย อาจ้อยมาแล้ว วันนี้เป็นวันที่อากาศดีมากอีกวันหนึ่ง ผมรีบขนเครื่องบิน และเครื่องมือออกจากรถ ทำการประกอบเครื่องบิน ตรวจสอบตามคู่มือ และเติมน้ำมัน ตามปกติ จากนั้นทำการบินเที่ยวที่ 10 ตามปกติ ในใจคิดว่าวันนี้จะบินให้ได้ 4 เที่ยวเหมือนเมื่อวาน ไม่มีปัญหาอะไรเลยกับเที่ยวบินที่ 10 ผมจึงเติมน้ำมัน แล้วพักสักครู่ จึงทำการบินเที่ยวที่ 11 พอเริ่มบินไปได้สักพัก ก็เกิดเหตุจนได้ ขณะกำลังเลี้ยวกลับเข้าสู่สนามบิน ทางด้านซ้ายมือแล้วอยู่ๆ เครื่องบินก็ไม่สามารถควบคุมได้เพราะวิทยุไม่ตอบสนอง อาจ้อยดึงวิทยุจากมือไป แต่ก็ไม่สามารถบังคับได้ เครื่องบินจึงตก (First Crash) โหม่งพื้นดินด้วยความเร็วสูง เพราะเบาเครื่องไม่ได้ ผมกับน้องนุ่นรีบนำรถออกไปเก็บเครื่องบิน โชคดีหาไม่ยากมาก พบว่าปีกร้าว ลำตัวบริเวณปีกแตกหมด เสียหายมากพอควร แต่ยังพอซ่อมได้ จากนั้นนำซากมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุ พบว่าถ้าลองไม่ชักเสาอากาศเครื่องส่ง ลองเอาเครื่องส่งออกห่างตัวรับได้ประมาณ 30 เมตร ตัวรับจะรับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง พอดีมีเครื่องรับความถี่เดียวกันอยู่ อยู่ใน ฮ. ของอาหมึก พบว่ารับสัญญาณได้ดี แสดงว่าภาครับมีปัญหาแน่ แต่ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ตอนเย็นอาจุ๊บมาก็เลยขอให้อาจุ๊บช่วยซ่อมเครื่องบินให้ วันนี้เลยคอตกกลับบ้านไป พร้อมกับ Receiver ตัวปัญหา

สภาพเครื่องบินหลังจากการตก

 

อาจ้อยกำลังหาสาเหตุของการตก

วันที่ 19 ตุลาคม พ.. 2545

 

หลังจากเครื่องบินตกเพราะ Receiver มีปัญหา ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยน Receiver พร้อม Battery ใหม่ คราวนี้ผมเลือก Receiver ของ Futaba รุ่น R148DP เป็น Dual Converter 8 channels ผมซื้อจากร้าน Futaba Hobby ตามเคย เจ้าของร้านใจดีมาก ขายให้ผมราคาพิเศษ วันนี้ไปถึงสนามบินประมาณ 3 โมงเย็น ฝนตกหนักตลอดทางตั้งแต่ ม.เกษตร จนถึงชอยคู้บอน แต่ที่สนามบินไม่มีฝนเลย รออาจุ๊บอย่างใจจดใจจ่อ ระหว่างรอ อาจ้อยเอาเฮลิคอบเตอร์ ออกมาบินปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุตกจนได้ ตอนนี้ผมอยากเห็นเครื่องบินตัวเองจังเลย อาจุ๊บมาถึงสนามประมาณ 4 โมงครึ่ง ปรากฏว่าเครื่องบินยังไม่เสร็จเลย แห้วอีกตามเคย วันนี้ก็ลากลับบ้านประมาณ 5 โมงครึ่งด้วยความผิดหวัง

 

วันที่ 20 ตุลาคม พ.. 2545

(เทียวบินที่ 12 ถึง เที่ยวบินที่ 13)

 

** First Flight After Crash **

วันนี้เป็นวันที่อากาศแจ่มใส แต่ค่อนข้างร้อน ผมกับน้องนุ่นไปถึงสนามบินมีนบุรีราวๆ 4 โมงเย็น วันนี้มีเพื่อนษมาชิกมาบินกันเยอะเลย และมีเพื่อนสมาชิกคนหนึ่งนำกล้อง Video มาติดกับเครื่องบิน Trainer แล้วทำการบินถ่ายภาพทางอากาศ แปลกดีครับ หลังจากทักทายทุกคนตามทำเนียมแล้ว ก็นั่งรออาจุ๊บอีกตามเคย ลองโทรไปตาม อาเขาก็บอกว่ากำลังเดินทางมาสนามบิน พอประมาณ 4 โมงครึ่งอาจุ๊บก็ขับรถกระบะสีขาวมา พร้อมกับเครื่องบินสองลำ ผมก็เข้าไปสวัสดีอาจุ๊บ (จริงๆอยากดูเครื่องบินว่าเป็นอย่างไรบ้าง) อาจุ๊บเอาเครื่องบินให้ อาจ้อยก็บอกให้รีบประกอบเครื่องบินด่วน ผมก็ฝากเครื่องบินให้น้องนุ่มดูแล แล้วรีบไปขนเครื่องมือออกมาจากรถ ใช้เวลาประกอบ Receiver และถ่านแพคใหม่ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงจึงเสร็จ อาจ้อยทำการตรวจสอบวิทยุ (Range Check) ทุกอย่างทำงานได้ปกติ มีเพื่อนสมาชิกอีกคน (จำชื่อไม่ได้ต้องขออภัยด้วย) มาช่วยปรับแต่ง Aileron พร้อมเอาท่อน้ำมันมารัดตัว Link ให้ด้วย ต้องขอขอบคุณด้วย จากนั้นทำการเติมน้ำมัน แล้วลองติดเครื่องดู ปรากฏว่าเกิดปัญหาอีกจนได้ น้ำมันท่วมครับ พร้อมกับใบพัดหลวมเพราะเครื่องยนต์ตีกลับ ต้องทำการเปิด Spinner แล้วขันน๊อตใหม่ อาจ้อยทำการตั้งใบพัดแล้วขันน๊อตให้ จากนั้นขอยืม Starter ของอาจุ๊บมาช่วยติดเครื่อง ไชโยเครื่องติดแล้ว อาจ้อยให้เพื่อนสมาชิกคนนั้นทำการทดสอบเครื่องบิน และทำการ Trim ให้ เครื่องบินทำการ Take Off ได้สวยงามแต่หัวหนักไปหน่อย อาจุ๊บเข้ามาช่วยดูด้วย หลังจากทุกอย่างเข้าที่ เพื่อนสมาชิกคนนั้นก็ส่งวิทยุให้ผมควบคุมเครื่องบินเอง ในที่สุดก็ได้บินอีกครั้ง หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที ผมก็ส่งวิทยุให้อาจ้อยนำเครื่องบินลง ปรากฏว่าเครื่องดับกลางอากาศ มาไม่ถึงสนามบิน แต่โชคดีลงบนกอหญ้า ผมทำการค้นหาเครื่องบินในกอหญ้าแต่ไม่พบ (ผมไม่ได้เรื่องเลย) คุณหนุ่มก็เลยช่วยหา แต่พบครับ เครื่องบินไม่มีอะไรเสียหาย ทำการเติมน้ำมันแล้วทำการบินรอบสอง พอดีมืด หลังจากถอดปีกออก ลองวัด Battery ดูพบว่าเหลือไฟอยู่ 4.9 Volts ซึ่งพอบินได้อีกรอบ ผมแปลกใจที่ถ่านหมดเร็วมากกว่าที่คิด อาจจะเป็นเพราะ Battery ถูก Charger ไฟตั้งแต่วันศุกร์แล้วก็ได้ หรืออาจจะเป็นที่ถ่าน NiCd มีแรงดันไม่สม่ำเสมอเท่า NiMH ก็ได้ จากนั้นอาจ้อยแนะนำให้เลี้ยงเบียร์อาจุ๊บหนึ่งขวดเพื่อขอบคุณที่ซ่องเครื่องบินให้ ทำการเก็บเครื่องมือเข้ารถ พบว่าลำตัวเครื่องบินยาวกว่าปกติ ทำให้ใส่ท้ายรถเกือบไม่ได้ (สงใสคิดไปเองมั้ง) จากนั้นน้องนุ่นก็อุดหนุนอาแต๋ว ซื้อกับข้าวกับหมูยอกลับไปบ้าน ลาทุกคนแล้วออกจากสนามบินประมาณ 6 โมงครึ่ง

 

หลังจากกลับถึงบ้าน ทานข้าวเย็น และอาบน้ำแล้ว ลองเอาเครื่องบินมาตรวจสอบพบว่า ส่วนหัวเครื่องมีช่องว่างเพิ่มขึ้น แสดงว่าเครื่องบินยาวขึ้นแน่ ไม่ได้คิดไปเอง พบว่าบริเวณถังน้ำมันมีช่องว่างมากทำให้ถังน้ำมันเลื่อนถอยหลังได้ ก็เลยจัดการเสริมโฟมแล้วใช้ไม้บัลซ่าหนา 3 มิล ปิดทับด้านหลัง โดยใช้กาว Epoxy ติด จากนั้นทำช่องสำหรับการติดตั้ง Receiver และถ่านแพคใหม่ จึงเสร็จเรียบร้อย

 

Battery Checker ที่ผมทำเอง

 

วันที่ 26-27 ตุลาคม พ.. 2545

 

เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แย่มากเพราะฝนตกทั้ง 2 วันเลยไม่ได้บิน ผมเลยใช้เวลาในการสร้าง Crash Plane Locator สำหรับช่วยให้ค้นหาเครื่องบินที่ลงนอกสนามได้เร็วขึ้น ผมออกแบบ Crash Plane Locator นี้สำหรับวิทยุระบบ PCM โดยทำงานร่วมกับ Fail Safe Function ซึ่งแตกต่างจาก Crash Plane Locator ที่มีขายอยู่ทั่วไป ตอนนี้อยู่ระหว่างการทดสอบภาคสนาม เพื่อนๆที่สนใจอยากจะลองสร้างดูบ้าง ให้คอยติดตาม ผมกำลังเขียนเป็นโครงงานครับ

 

หน้าตาของ Crash Plane Locator